วิธีการป้องกัน ลมเข้ากระเพาะผู้ป่วย ขณะให้อาหารสายยาง !การมีลมเข้ากระเพาะมากเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัด ท้องอืด แน่นท้อง และอาจนำไปสู่การอาเจียนหรือสำลักได้ครับ การป้องกันไม่ให้ลมเข้าขณะให้อาหารจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันลมเข้ากระเพาะครับ:
1. การไล่อากาศออกจากสาย (Priming the Tube)
กรณีใช้ไซริงค์ (Syringe): ก่อนจะต่อไซริงค์เข้ากับสายยาง ให้เทอาหารลงในไซริงค์ก่อน แล้วค่อยๆ ดันลมให้อาหารมาจ่อที่ปลายรูฉีด เพื่อไม่ให้มีช่องว่างของอากาศเหลืออยู่
กรณีใช้ถุงอาหาร (Feeding Bag): ต้องปล่อยให้อาหารไหลลงมาจนสุดปลายสายต่อ (เพื่อไล่อากาศออกให้หมดสาย) ก่อนที่จะนำไปต่อเข้ากับสายที่ตัวผู้ป่วยครับ
2. เทคนิค "อย่าปล่อยให้ไซริงค์ว่าง"
หากคุณให้อาหารแบบใช้ไซริงค์เท (Bolus Feeding):
ห้ามปล่อยให้อาหารหมดเกลี้ยงไซริงค์: เมื่ออาหารเหลือติดก้นไซริงค์ประมาณ 5-10 ml ให้รีบเติมอาหารใหม่ลงไปทันที หรือรีบพับสายยางเพื่อกั้นลมไว้
ทำไมต้องทำแบบนี้? เพราะหากอาหารหมดเกลี้ยง ลมจะถูกแรงโน้มถ่วงดันตามเข้าไปในกระเพาะทันทีครับ
3. การพับสาย (Kinking the Tube)
ทุกครั้งที่ต้อง ถอดไซริงค์ออก เพื่อเติมอาหาร หรือ เปลี่ยนจุก ให้ใช้มือพับสายยางให้แน่นสนิท (Kink) เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกไหลเข้าไปในกระเพาะอาหารตามธรรมชาติครับ
4. ตรวจสอบ "ลมค้าง" ก่อนเริ่มมื้ออาหาร
ก่อนเริ่มให้อาหาร ให้ใช้ไซริงค์เปล่าต่อเข้ากับสายยางแล้ว ค่อยๆ ดูดลมออกจากกระเพาะ มาทิ้งก่อน วิธีนี้จะช่วยลดความดันในท้อง ทำให้ผู้ป่วยรับอาหารมื้อใหม่ได้สบายขึ้นครับ
5. ความสูงของไซริงค์
ไม่ควรยกไซริงค์สูงเกินไป (ควรสูงกว่าระดับกระเพาะประมาณ 1 ฟุต หรือ 30 ซม.) เพราะแรงดันที่สูงเกินไปจะทำให้อาหารไหลเร็วและพาอากาศลงไปได้ง่ายขึ้นครับ
📊 เช็คลิสต์ป้องกันลมเข้า
ขั้นตอน สิ่งที่ต้องทำ ✅
ก่อนต่อสาย ไล่อาหารให้มาจ่อที่ปลายไซริงค์/สายต่อ
ขณะเติมอาหาร พับสายยางทุกครั้งที่ถอดจุกหรือเปลี่ยนไซริงค์
ขณะเทอาหาร เติมอาหารก่อนที่ของเก่าจะหมดก้นไซริงค์
หลังให้อาหาร ฉีดน้ำตามให้เต็มสายแล้วปิดจุกให้สนิททันที
💡 เคล็ดลับ
หากผู้ป่วยมีอาการท้องอืดบ่อยๆ แม้จะป้องกันลมอย่างดีแล้ว ให้ลอง "นวดท้องเบาๆ วนตามเข็มนาฬิกา" หลังให้อาหารผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ลำไส้บีบตัวและขับลมออกมาตามธรรมชาติ (การเรอหรือการผายลม)