ผลข้างเคียงของการให้อาหารสายยางthought แม้การให้อาหารทางสายยางจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้หลายประการครับ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจาก "ตัวอาหาร" "ความเร็วในการให้" หรือ "ความสะอาด"
ผมแบ่งผลข้างเคียงออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ เพื่อให้คุณสังเกตอาการและป้องกันได้ทันท่วงทีครับ:
1. ผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร (พบบ่อยที่สุด)
ท้องเสีย (Diarrhea): * สาเหตุ: อาหารอาจปนเปื้อนเชื้อโรค, อาหารมีความเข้มข้น (น้ำตาล) สูงเกินไป, หรือให้ในอัตราที่เร็วเกินไปจนลำไส้ดูดซึมไม่ทัน
วิธีแก้: ปรับให้อาหารไหลช้าลง หรือปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนสูตรอาหารที่ย่อยง่ายขึ้น
ท้องอืดและมีลมในกระเพาะ (Distension):
สาเหตุ: ให้อาหารเร็วไป หรือมีการกลืนลมเข้าไปขณะให้อาหาร (ไซริงค์ไม่เต็ม)
วิธีแก้: ไล่อากาศออกจากสายก่อนให้ และจัดท่านั่งให้ผู้ป่วยศีรษะสูง 30-45 องศา
อาเจียนหรือสำลัก (Aspiration):
สาเหตุ: อาหารไหลย้อนกลับจากกระเพาะขึ้นมาที่หลอดลม
วิธีแก้: สำคัญมาก! หลังให้อาหารเสร็จ ต้องให้ผู้ป่วยนั่งหรือหนุนหลังสูงต่อไปอย่างน้อย 30-60 นาที ห้ามให้นอนราบทันที
2. ผลข้างเคียงจาก "ตัวสายยาง" และความไม่สบายตัว
การระคายเคืองและแผล:
หากเป็นสายทางจมูก (NG Tube): อาจเกิดแผลที่ปีกจมูกหรือเยื่อบุจมูกอักเสบ
หากเป็นสายเจาะหน้าท้อง (PEG): อาจมีการอักเสบ แดง หรือมีหนองรอบแผล
สายอุดตัน (Tube Clogging):
สาเหตุ: ล้างสายไม่สะอาดหลังให้อาหาร หรือบดยาไม่ละเอียดพอ
วิธีแก้: ต้องล้างสายด้วยน้ำต้มสุกประมาณ 30-50 มล. ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารและยาทุกครั้ง
3. ผลข้างเคียงด้านสารอาหารและแร่ธาตุ
น้ำเกินหรือน้ำน้อยไป: สังเกตจากอาการบวม (น้ำเกิน) หรือปากแห้ง ผิวแห้ง (ขาดน้ำ)
ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ: โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน หากได้รับอาหารไม่ตรงเวลาหรือสูตรไม่เหมาะสม
⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้อง "ไปพบแพทย์ทันที"
หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรดูแลเองที่บ้านครับ:
ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หรือหอบเหนื่อย ขณะให้อาหาร (เสี่ยงสำลักลงปอด)
ท้องอืดตึงมาก และดูดอาหารค้าง (Residual) ออกมาได้มากกว่า 100-200 มล. ในมื้อถัดไป
มีเลือดออก ปนออกมากับอาหารที่ดูดเช็ก หรือมีเลือดออกรอบแผลเจาะหน้าท้อง
สายเลื่อนหลุด หรือตำแหน่งของสายเปลี่ยนไป (ห้ามดันสายกลับเข้าไปเองเด็ดขาด)
💡 ทริคป้องกันผลข้างเคียงสำหรับผู้ดูแล
เช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง: ก่อนให้อาหารต้องดูว่าขีดที่สายยังอยู่ที่เดิมไหม และลองใช้ไซริงค์ดูดดูว่ามีน้ำย่อยออกมาหรือไม่
ความสะอาด: ล้างมือและอุปกรณ์ทุกชิ้นด้วยน้ำร้อนเสมอ
อุณหภูมิอาหาร: อาหารไม่ควรเย็นจัดหรือร้อนจัด ควรเป็นอุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย